หลังจากห่างหายไปจากการเขียนบล็อกซะน้านน นานนนน ตอนนี้ก็ได้เวลาที่คิดว่าควรกลับมาเริ่มฝึกเขียนอีกครั้ง
ก่อนอื่นคงต้องเขียนเรื่องของตัวองก่อน
แต่ เอ๊.. ไม่รู้จะมีใครอยากอ่านรึปล่าวเนาะ อิอิ
เอาเป็นว่า อยากเล่าแระกานนนนน ^__^
ช่วงเวลาที่ผ่านไป...
ก็มีเหตุการณ์ต่างๆเปลี่ยนแปลงไปเยอะมากๆ แต่ก็ยังหาแก่นสารอะไรในชีวิตไม่ได้ซ้ากกก
อย่าง
ดูแอบไร้สาระนิดนุง อิอิ
บล็อกนี้โดนทิ้งร้างไปตั้งแต่ปี 2009 อืมม.. ก็เกือบ 10 ปีแน่ะ จะ update ชีวิตในช่วงที่มีความสำคัญแต่ละปีให้ฟังแระกานเนาะ
เริ่มตั้งแต่ปี 2010
เย้ เรียนจบแล้วจ้าาาาา ปี๊ดปิ๊วววว
หลังจากที่เรียนๆ เล่นๆ เกเร ปีซะส่วนใหญ่ กว่าจะจบได้ก็เล่นเอาเหนื่อยเหมือนกัน แต่สุดท้าายก็ผ่านมาได้แม้จะกระท่อนกระแท่นไปบ้าง ก็ถือว่า ปิด job อ่ะเนาะ
พอเรียนจบปุ๊บบบบ ยังนะ ยังไม่ได้รับปริญญาจ้าาาาาา (ก็ต้องรอปีถัดไปอ่ะเนอะ แต่รูปที่มาโชว์นี่คือมันนานมาแล้ววไงแกร แบบไทม์แมชชีน ย้อนเวลาเล่าให้ฟัง ไรเงี้ย)
นี่ก็ยังไม่มีงานทำนะ ใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อยไปก่อน คุณ mommy ก็จะให้กลับบ้าน ไปหางานทำที่บ้าน อุต๊ะ!!! ทำไงดีเนี่ย ยังหลงแสงสีอยู่เลย หนูไม่อยากกลับบ้านนอกกกกกก คุณแม่อีฉันไม่รอช้าเลยจ้า ทำทีเป็นมาเยี่ยมลูกสาว มาหาถึงที่ แต่โชคดีเป็นของดิชั้นมีพรายกระซิบ น้องชายสุดที่รัก แอบกระซิบว่า เนี่ย คุณแม่ของเดี๊ยนเนี่ย มาครั้งนี้ไม่ยอมกลับตัวปล่าวหรอกนะจะพาเจ๊กลับไปด้วยให้ได้ รถเริดก็เตรียมขึ้นมาขนของเจ๊ลงไปละ (บ้านอยู่ใต้อะนะคะ คนใต้เนี่ยเวลาจะเดินทางจาก กทม. กลับบ้านก็ใช้คำว่าลง เผื่อใครจะงง อิอิ)
ตายๆๆๆๆ ทำไงดีๆๆๆ แต่...... 555+
ชีวิตมีทางออกเสมอ ไม่ว่าจะด้วยโชคช่วยหรือพรหมลิขิตก็เถอะ บริษัทที่ดิฉันร่อนใบสมัครไปใน internet โทรมานัดสัมภาษณ์งาน อีนี่ตื่นเต้นเลยจ้าาา รีบบอกแม่ว่า "นี่ๆๆๆ คุณแม่ขา มีบริษัทเค้าโทรมานัดสัมภาษณ์ หนูต้องไปสัมภาษณ์งานก่อนนะ ยังไงไว้คุยกันเรื่องกลับบ้าน" ท่านแม่ก็คงไม่คิดว่าลูกสาวจะได้งาน ก็ตอบมาว่า "เออๆๆ ตามใจลองไปสัมภาษณ์ดู"
วันสัมภาษณ์ มาถึง ท้าดาาาา โชคดีอีกชั้น หัวหน้างานเค้าเป็นรุ่นพี่มหาวิทยาลัยเดียวกันกับหนูคร่าาาา แต่อันนี้ไม่ได้รู้จักกันเป็นการส่วนตัวนะ (หนูมันคนไม่มีเส้น) เค้ารับหนูเข้าทามงานคร่า
ลูกสาวได้ทีเลยยืนยันหนักแน่นว่าหนูจะทำงานที่นี่ด้วยความตั้งใจและขยันเพื่อประสบการณ์ในอนาคตหนูขอทำงานนะคะหม่อม คุณแม่ก็เลยต้องล่าถอยกลับบ้านนอกไปแบบไม่ได้ตัวประกัน ยกนี้หนูชนะคร่าแม่่ ^___^
หลังจากทำงานไปได้ 2 อาทิตย์ แค่ 2 อาทิตย์จริงๆค่ะคู้ณณณ คือแค่อยู่ในช่วงเรียนรู้งาน พี่คนเก่ายังไม่ทันได้ย้ายของออกจากบริษัทเลย อีนักศึกษาจบใหม่ไฟแรง คนนี้ก็ต้องลาออกค่ะ ใช่ค่ะ ถูกแล้ว ต้องลาออก 555+ แต่ไม่ใช่เพราะอิฉันขี้เกียจทำงาน จนเค้าขอให้ออกนะคะ เป็นเพราะก่อนหน้านั้น เดี๊ยนดันไปสมัครเรียนโทเอาไว้ แต่ก็ไมไ่ด้คิดว่าจะได้หรืออะไร ปรากฏว่าเค้ารับหนูค่าาา ถึงจะเป็นภาคพิเศษ เรียนเสาร์ - อาทิตย์ แต่บริษัท เค้าทำงานเสาร์ เว้น เสาร์ น้องหนูคนนี้เลยต้อง say goodbye และออกมาทำตัวเป็นนักศึกษาอีกครั้ง....
แต่เรื่องราวชีวิตมันก็กลับมีอะไรพลิกผันนนน ให้อีเด็ก Eng. ที่เกลียดแสนเกลียดเลขต้องหลีกหนีเลขไม่พ้น เดี๋ยวมาเล่าต่อนะคะ .....





